ไทยช่วยไทย
โดย แว่นขยาย
"อเมซิ่งไทยแลนด์
ดินแดนแห่งเมืองทอง" "เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้" "ไทยช่วยไทย
กินของไทย ใช้ของไทย เที่ยวเมืองไทย ร่วมใจประหยัด " เป็นคำประชาสัมพันธ์ที่ข้าพเจ้า
และเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายก็ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ เสียจนกลายเรื่องเป็นปกติไปเสียแล้ว
แต่คำประชาสัมพันธ์เหล่านี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าล้วนมีความหมายกินใจมาก
และต้องการเพียงเพื่อย้ำเตือนจิตใต้สำนึกของคนไทยให้ออกมาร่วมใจช่วยประเทศไทยของเรากัน
หรือที่เรียกว่า "ไทยช่วยไทย" การช่วยเหลือมีหลายประเภทและหลากรูปแบบ
และเราก็เป็นผู้หนึ่งที่สามารถช่วยชาติได้ และทำได้ไม่ยากเลย
เพียงแค่ลองทำตามข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้
ประการที่หนึ่งคนไทยควรมีความรักใคร่และภูมิใจในชาติตนเองเสียก่อน
เพราะถ้าหากไม่รักชาติแล้วจะไม่สามารถยินยอมหรือมีความสนใจในการช่วยเหลือประเทศไทย
และคนไทยด้วยกันเองเลย ดังนั้นเราควรสำรวจตัวเองว่า ภูมิใจไหมที่เกิดเป็นคนไทย
ภูมิใจไหมที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม
ภูมิใจไหมที่มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่และงดงาม และหลากสิ่งหลายอย่างที่รวมกันเป็นไทย
ถ้าหากสำรวจตนเองแล้วพบว่ามีความภูมิใจมากที่ได้เป็นคนไทย ก็ขอให้ยินดีเอาไว้ว่า
เราได้ประสบความสำเร็จที่จะช่วยชาติเราได้ครึ่งหนึ่งแล้วเพราะได้มั่นใจในตัวเองแล้วว่าเป็นคนไทย
100% และพร้อมที่จะช่วยชาติของเราได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเต็มภาคภูมิ
ประการที่สองคนไทยควรมีความสามัคคีกันในชาติ มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ผสานสัมพันธ์ระหว่างคนไทยด้วยกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเอง ไม่เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนได้ของตนเพียงฝ่ายเดียว
โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนที่ผู้อื่นได้รับ
สาเหตุที่อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ทั้งหลายล่มสลายลงก็เพราะความไม่สามัคคีกันเองในหมู่คณะเป็นตัวชนวน
สุดท้ายเกิดปัญหามากมายบางครั้งถึงกับเกิดสงครามกลางเมือง ถูกข้าศึกโจมตีจนสูญสิ้นชาติสิ้นอาณาจักรไปในที่สุดเลยก็มี
ที่กล่าวมานี้นั้นเป็นตัวอย่างของความไม่สามัคคีกันในชาติ
แล้วเราจะทำอย่างไรคนไทยจึงจะมีความสามัคคีกันได้ ก็ต้องมาจากความรักชาตินั่นเอง
อะไรที่จะทำให้ชาติเจริญรุ่งเรืองได้ก็จะทำ
ทำให้เป็นพลังสามัคคีที่ไม่มีใครมาต้านได้ และคนไทยจำเป็นต้องมีความสามัคคีกันในหลาย
ๆ ด้านด้วย
ประการที่สามคนไทยควรนิยมอาหารไทยและผลไม้ไทย
เพราะจะทำให้เงินตราไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ
และยังเป็นนโยบายที่ดีที่จะหมุนเวียนเงินตราในประเทศได้อย่างสมบูรณ์
เพราะถ้าหากเรานิยมอาหารและผลไม้ทีผลิตได้ในต่างประเทศแล้ว
นอกจากเงินตราจะไม่ไหลเข้าประเทศแล้ว เรายังต้องเสียดุลการค้าให้กับต่างประเทศอีก
ซึ่งในปีหนึ่ง ๆ เราเสียดุลการค้าในเรื่องนี้เยอะมากทีเดียว ทำให้ผู้ผลิตอาหารไทย
ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนก็ขายผลผลิตไม่ได้เพราะคนไทยไม่รับประทาน
ในที่สุดก็เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เช่น
ประท้วงรัฐบาลเพราะผลผลิตขายไม่ได้และไม่มีผู้รับซื้อ เป็นต้น
และในประเทศไทยของเราก็มีพืชพรรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่ขาดแคลน
มีผลไม้รสอร่อยให้รับประทานตลอดทั้งปี อาหารต่าง ๆ
ก็อุดมสมบูรณ์ด้วยประโยชน์และคุณภาพ แล้วทำไม คนไทยจึงจะไม่นิยมกินอาหารที่ผลิตได้ในไทยบ้าง
ประการที่สี่ นอกจาเราจะรับประทานอาหารไทยและผลไม้ไทยแล้ว
เราควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเองจากฝีมือของคนไทยด้วย เช่น
ผลิตผลจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต่าง ๆ ที่นำพืชพรรณธรรมชาติมาแปรรูปเป็นสินค้า
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ผลิตขึ้นโดยคนไทย และขายโดยบริษัทของคนไทย
สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ผลิตขึ้นโดยคนไทย
จากตัวเลขของการเสียดุลการค้าในไทยพบว่า
คนไทยใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศมากมาย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น อเมริกา
และประเทศต่าง ๆ ในแถบยุโรป ทำให้เงินตรารั่วไหลออกนอกประเทศ ทำให้ชาติของเราเป็นหนี้เขาเยอะมากขึ้น
ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าคนไทยมีค่านิยมที่ผิด ๆ
ในเรื่องการยกย่องสินค้าที่มาจากต่างประเทศว่าคุณภาพดี ใช้แล้วโก้เก๋
ถือว่าเป็นบุคคลที่ดูดี มีฐานะทางการเงิน
ส่วนใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยคนไทยนั้นถือว่า ใช้ผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพแย่
และผู้ใช้ยังจัดว่าล้าสมัยอีกด้วย เพราะเหตุผลเพียงแค่ว่าผลิตโดยคนไทย จริง ๆ
แล้วคนไทยมีศักยภาพในการผลิตไม่ด้อยไปกว่าชาวต่างประเทศเลย
และในบางทีคนไทยยังสามารถผลิตออกมาได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ราคาที่จำหน่ายก็แสนถูก
และเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติไปอีกทางหนึ่งด้วย ทำไมจึงไม่มองในจุดนี้กันบ้าง
เพราะอย่างนี้คนไทยด้วยกันเองจึงไม่ค่อยที่จะผลิตสินค้าที่ดี ๆ ออกมาขายคนไทย
แต่จะส่งไปขายในต่างประเทศแทน
เพราะถ้าหากขายในไทยแล้วคงขายไม่ออกอย่างแน่นอนเพราะคนไทยด้วยกันเองไม่ซื้อ
ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่คนไทยควรเปลี่ยนทัศนคติในการใช้ผลิตภัณฑ์ของคนไทย
ถ้าหากเปลี่ยนได้และคนไทยร่วมมือร่วมใจกันใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นในไทย
ทำโดยคนไทยแล้ว ผลที่ตามมาก็คือเราจะไม่เสียดุลการค้าต่อต่างประเทศอย่างแน่นอน
ทำให้อัตราที่เราเป็นหนี้เขาอยู่ก็จะลดลงด้วย
ประการที่ห้า ถ้าหากพูดถึงการท่องเที่ยวในไทยหลายคนคงนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวเพียงไม่กี่สถานที่ที่น่าไป
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวในไทยมีเยอะมากเหลือเกินที่จะไป
และในแต่ละแห่งก็คงความสวยงามในตัวของมันเองด้วย เช่น ทะเล ภูเขา น้ำตก
แหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย ล้วนเปิดรอให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าไปเยี่ยมชม
ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงประชาสัมพันธ์ให้ในปีพ.ศ.2541
และพ.ศ.2542 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของไทย
หรืออเมซิ่งไทยแลนด์ ซึ่งพบว่าคนไทยมีการตื่นตัวในเรื่องนี้ดีมาก
มีการท่องเที่ยวในประเทศไทยกันเองเยอะมากขึ้น และอัตราการท่องเที่ยวในต่างประเทศลดลง
ทำให้เงินหมุนเวียนภายในประเทศ อาชีพต่าง ๆ
ของคนไทยที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมีมากมาย
และคนหลายกลุ่มได้ประโยชน์ตั้งแต่ คนขับรถโดยสาร พนักงานโรงแรม แม่ค้า ฯลฯ
ทำให้การเงินที่จะหมุนเวียนในไทยไม่ติดขัด เกิดการว่างงานน้อยลง และคนไทยทุกคนควรมีหน้าที่ที่จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ชาวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในไทยให้มากขึ้น
นอกจากนี้ควรจะเป็นเจ้าบ้านที่ดีแก่นักท่องเที่ยวด้วยเพื่อดึงดูดใจให้พวกเขาอยากเข้ามาเที่ยวในไทยกันมากขึ้น
เงินตราจะได้ไหลเข้าประเทศ เกิดการสะพัดหมุนเวียนของเงินภายในประเทศ ผลประโยชน์ที่ได้ก็จะตกเป็นของคนไทยนั่นเอง
และการเป็นเจ้าบ้านที่ดีนั้นไม่ยากเลย
เพียงแค่คุณเป็นคนดีไม่ก่อความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นในสังคม เช่น ไม่จี้
ปล้นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทย รักษาความสะอาดและเคารพในสถานที่ต่าง ๆ
ที่ตนเองไปอยู่เสมอ เช่น ถนนหนทางและตามที่สาธารณะต่าง ๆ
ไม่ควรทิ้งขยะให้เกลื่อนกลาด ไม่ควรฉีดสเปรย์หรือป้ายสีเป็นถ้อยคำต่าง ๆ
ตามฝาผนังสาธารณะให้สกปรก และเมื่อไปท่องเที่ยวสถานที่ใด
ไม่ควรทำลายหรือเก็บสิ่งของในสถานที่นั้น ๆ ให้เสียหาย
เพราะถ้าหากเราไม่ทำลายสถานที่ที่เราไปเที่ยวแล้วจะทำให้สถานที่นั้นยังคงความสวยงามอยู่ได้ตามธรรมชาติ
คนรุ่นหลังก็สามารถท่องเที่ยวชมได้ตลอดไป
ชาวต่างชาติเขาก็จะต่างชื่นชมและประทับใจในประเทศไทย ว่ามีบ้านเมืองที่งดงาม
สะอาดสะอ้าน และมีวัฒนธรรมไทยอันดีงามด้วย
ประการที่หก คนไทยควรจะร่วมใจกันประหยัด ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติและการไม่ใช้ของฟุ้งเฟ้อ
สุรุ่ยสุร่าย ถ้าเป็นในด้านทรัพยากรธรรมชาติก็ควรประหยัดน้ำ ไฟฟ้า และ น้ำมัน
เมื่อไม่จำเป็นหรือใช้งานเสร็จเรียบร้อยควรปิดทุกครั้ง
ถ้าเป็นน้ำมันก็ควรโดยสารรถไปครั้งละหลายๆ คนถ้าหากไปทางเดียวกัน
และถ้าสถานที่ที่จะไปไม่ไกลจนเกินไปนักควรเดินหรือขี่จักรยานไปก็ได้
จะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำมันมากและเป็นการประหยัดเงินค่าน้ำมันไปในตัวด้วย
การจับจ่ายใช้สอยของต่าง ๆ ควรใช้อย่างระมัดระวังและไม่ฟุ้งเฟ้อ
โดยเฉพาะของบางอย่างที่ผลิตขึ้นเองไม่ได้ในไทยเราต้องสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ
ถ้าหากเรายังฟุ่มเฟือยอีกเราจะเสียดุลการค้าเขามากและยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินในกระเป๋าตัวเองอีกด้วย
ดังนั้นคนไทยจึงควรร่วมมือช่วยกันประหยัดในด้านต่าง ๆ ให้มาก
เพื่อที่เราจะได้มีทรัพยากรธรรมชาติให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ใช้ต่อไป
ประการที่เจ็ด คนไทยควรจะช่วยเหลือกันเองในประเทศ ถ้าหากเกิดเหตุเภทภัยต่าง
ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ ภัยเศรษฐกิจ ฯลฯ
คนไทยที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนหรืกมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายกว่าควรยื่นมือเข้าช่วยเหลือทั้งในด้านอุปโภค
บริโภคต่าง ๆ เพื่อให้พวกเขาพ้นจากภัยพิบัติและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
โดยเฉพาะปัญหาทางด้านการศึกษาของเด็ก ๆ ในชนบทที่ห่างไกล หลายแห่งยังไม่มีโรงเรียน
หลายแห่งยังไม่มีอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นต่อเด็ก หรือแม้กระทั่งครูผู้สอน
ดังนั้นเราจึงควรร่วมมือกันช่วยเหลือแก้ปัญหานี้ให้ได้ เพื่อให้การศึกษาไทยดีขึ้น
เพราะเยาวชนคือผู้ที่จะพัฒนาประเทศของเราต่อไป ถ้าหากเยาวชนขาดการศึกษาแล้วประเทศของเราคงพัฒนาไปได้ไม่มาก
หรืออาจจะแย่ลงกว่าเดิมดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกัน
อย่าผลักภาระว่าเขาไม่ใช่ญาติเรา เขาไม่ใช่คนในจังหวัดเรา
หรือเราไม่ได้มีผลได้ผลเสียอะไรกับความเดือดร้อนของพวกเขา
แต่ที่จริงแล้วควรหันกลับมามองสักนิดเถิดว่า เขาและเราต่างก็เป็นคนไทย
ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน มีวัฒนธรรมไทยอันดีงามร่วมกัน
มีพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน และเรายังมีคำที่ใช้เรียกประเทศเดียวกันอีกว่า "ไทย" แล้วไฉนเราเป็นคนประเทศเดียวกันจึงจะไม่ช่วยกัน
สุดท้ายถ้าหากทุกคนปฏิบัติตนได้ดังคำแนะนำทั้งหมดเจ็ดประการนี้ได้
เท่านี้ประเทศของเราก็จะเจริญ เพราะมีการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
มีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
มีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะพัฒนาประเทของตนไปด้วยกัน
ประเทศของเราจะมีเอกราชทั้งในด้านผืนแผ่นดิน
ความเป็นไท และทางเศรษฐกิจ ไปได้อีกยาวนานอย่างแน่นอนเพื่อให้สมกับคำว่า
ประเทศไทยดินแดนที่เป็นอิสระที่ไม่เคยตกเป็นทาสของใครและชาติใดๆ ทั้งสิ้น
และมีเราคือคนไทยที่จะพัฒนาประเทศต่อไป
ให้ไทยเป็นปิ่นนานาประเทศและเป็นไทยมหารัฐในที่สุด