หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ไทยช่วยไทย



ไทยช่วยไทย
                       โดย แว่นขยาย

"อเมซิ่งไทยแลนด์ ดินแดนแห่งเมืองทอง"  "เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้" "ไทยช่วยไทย กินของไทย ใช้ของไทย เที่ยวเมืองไทย ร่วมใจประหยัด " เป็นคำประชาสัมพันธ์ที่ข้าพเจ้า และเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายก็ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ เสียจนกลายเรื่องเป็นปกติไปเสียแล้ว แต่คำประชาสัมพันธ์เหล่านี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าล้วนมีความหมายกินใจมาก และต้องการเพียงเพื่อย้ำเตือนจิตใต้สำนึกของคนไทยให้ออกมาร่วมใจช่วยประเทศไทยของเรากัน หรือที่เรียกว่า "ไทยช่วยไทย" การช่วยเหลือมีหลายประเภทและหลากรูปแบบ และเราก็เป็นผู้หนึ่งที่สามารถช่วยชาติได้ และทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่ลองทำตามข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้
          ประการที่หนึ่งคนไทยควรมีความรักใคร่และภูมิใจในชาติตนเองเสียก่อน เพราะถ้าหากไม่รักชาติแล้วจะไม่สามารถยินยอมหรือมีความสนใจในการช่วยเหลือประเทศไทย และคนไทยด้วยกันเองเลย ดังนั้นเราควรสำรวจตัวเองว่า ภูมิใจไหมที่เกิดเป็นคนไทย ภูมิใจไหมที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม ภูมิใจไหมที่มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่และงดงาม และหลากสิ่งหลายอย่างที่รวมกันเป็นไทย ถ้าหากสำรวจตนเองแล้วพบว่ามีความภูมิใจมากที่ได้เป็นคนไทย ก็ขอให้ยินดีเอาไว้ว่า เราได้ประสบความสำเร็จที่จะช่วยชาติเราได้ครึ่งหนึ่งแล้วเพราะได้มั่นใจในตัวเองแล้วว่าเป็นคนไทย 100% และพร้อมที่จะช่วยชาติของเราได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเต็มภาคภูมิ
          ประการที่สองคนไทยควรมีความสามัคคีกันในชาติ มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผสานสัมพันธ์ระหว่างคนไทยด้วยกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเอง ไม่เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนได้ของตนเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนที่ผู้อื่นได้รับ สาเหตุที่อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ทั้งหลายล่มสลายลงก็เพราะความไม่สามัคคีกันเองในหมู่คณะเป็นตัวชนวน สุดท้ายเกิดปัญหามากมายบางครั้งถึงกับเกิดสงครามกลางเมือง ถูกข้าศึกโจมตีจนสูญสิ้นชาติสิ้นอาณาจักรไปในที่สุดเลยก็มี ที่กล่าวมานี้นั้นเป็นตัวอย่างของความไม่สามัคคีกันในชาติ แล้วเราจะทำอย่างไรคนไทยจึงจะมีความสามัคคีกันได้ ก็ต้องมาจากความรักชาตินั่นเอง อะไรที่จะทำให้ชาติเจริญรุ่งเรืองได้ก็จะทำ ทำให้เป็นพลังสามัคคีที่ไม่มีใครมาต้านได้ และคนไทยจำเป็นต้องมีความสามัคคีกันในหลาย ๆ ด้านด้วย
          ประการที่สามคนไทยควรนิยมอาหารไทยและผลไม้ไทย เพราะจะทำให้เงินตราไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ และยังเป็นนโยบายที่ดีที่จะหมุนเวียนเงินตราในประเทศได้อย่างสมบูรณ์ เพราะถ้าหากเรานิยมอาหารและผลไม้ทีผลิตได้ในต่างประเทศแล้ว นอกจากเงินตราจะไม่ไหลเข้าประเทศแล้ว เรายังต้องเสียดุลการค้าให้กับต่างประเทศอีก ซึ่งในปีหนึ่ง ๆ เราเสียดุลการค้าในเรื่องนี้เยอะมากทีเดียว ทำให้ผู้ผลิตอาหารไทย ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนก็ขายผลผลิตไม่ได้เพราะคนไทยไม่รับประทาน ในที่สุดก็เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เช่น ประท้วงรัฐบาลเพราะผลผลิตขายไม่ได้และไม่มีผู้รับซื้อ เป็นต้น และในประเทศไทยของเราก็มีพืชพรรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่ขาดแคลน มีผลไม้รสอร่อยให้รับประทานตลอดทั้งปี อาหารต่าง ๆ ก็อุดมสมบูรณ์ด้วยประโยชน์และคุณภาพ แล้วทำไม คนไทยจึงจะไม่นิยมกินอาหารที่ผลิตได้ในไทยบ้าง
          ประการที่สี่ นอกจาเราจะรับประทานอาหารไทยและผลไม้ไทยแล้ว เราควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเองจากฝีมือของคนไทยด้วย เช่น ผลิตผลจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต่าง ๆ ที่นำพืชพรรณธรรมชาติมาแปรรูปเป็นสินค้า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ผลิตขึ้นโดยคนไทย และขายโดยบริษัทของคนไทย สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ผลิตขึ้นโดยคนไทย จากตัวเลขของการเสียดุลการค้าในไทยพบว่า คนไทยใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศมากมาย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น อเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในแถบยุโรป ทำให้เงินตรารั่วไหลออกนอกประเทศ ทำให้ชาติของเราเป็นหนี้เขาเยอะมากขึ้น ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าคนไทยมีค่านิยมที่ผิด ๆ ในเรื่องการยกย่องสินค้าที่มาจากต่างประเทศว่าคุณภาพดี ใช้แล้วโก้เก๋ ถือว่าเป็นบุคคลที่ดูดี มีฐานะทางการเงิน ส่วนใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยคนไทยนั้นถือว่า ใช้ผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพแย่ และผู้ใช้ยังจัดว่าล้าสมัยอีกด้วย เพราะเหตุผลเพียงแค่ว่าผลิตโดยคนไทย จริง ๆ แล้วคนไทยมีศักยภาพในการผลิตไม่ด้อยไปกว่าชาวต่างประเทศเลย และในบางทีคนไทยยังสามารถผลิตออกมาได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ราคาที่จำหน่ายก็แสนถูก และเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติไปอีกทางหนึ่งด้วย ทำไมจึงไม่มองในจุดนี้กันบ้าง เพราะอย่างนี้คนไทยด้วยกันเองจึงไม่ค่อยที่จะผลิตสินค้าที่ดี ๆ ออกมาขายคนไทย แต่จะส่งไปขายในต่างประเทศแทน เพราะถ้าหากขายในไทยแล้วคงขายไม่ออกอย่างแน่นอนเพราะคนไทยด้วยกันเองไม่ซื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่คนไทยควรเปลี่ยนทัศนคติในการใช้ผลิตภัณฑ์ของคนไทย ถ้าหากเปลี่ยนได้และคนไทยร่วมมือร่วมใจกันใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นในไทย ทำโดยคนไทยแล้ว ผลที่ตามมาก็คือเราจะไม่เสียดุลการค้าต่อต่างประเทศอย่างแน่นอน ทำให้อัตราที่เราเป็นหนี้เขาอยู่ก็จะลดลงด้วย
          ประการที่ห้า ถ้าหากพูดถึงการท่องเที่ยวในไทยหลายคนคงนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวเพียงไม่กี่สถานที่ที่น่าไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวในไทยมีเยอะมากเหลือเกินที่จะไป และในแต่ละแห่งก็คงความสวยงามในตัวของมันเองด้วย เช่น ทะเล ภูเขา น้ำตก แหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย ล้วนเปิดรอให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าไปเยี่ยมชม ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงประชาสัมพันธ์ให้ในปีพ..2541 และพ..2542 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของไทย หรืออเมซิ่งไทยแลนด์ ซึ่งพบว่าคนไทยมีการตื่นตัวในเรื่องนี้ดีมาก มีการท่องเที่ยวในประเทศไทยกันเองเยอะมากขึ้น และอัตราการท่องเที่ยวในต่างประเทศลดลง ทำให้เงินหมุนเวียนภายในประเทศ อาชีพต่าง ๆ ของคนไทยที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมีมากมาย และคนหลายกลุ่มได้ประโยชน์ตั้งแต่ คนขับรถโดยสาร พนักงานโรงแรม แม่ค้า ฯลฯ ทำให้การเงินที่จะหมุนเวียนในไทยไม่ติดขัด เกิดการว่างงานน้อยลง และคนไทยทุกคนควรมีหน้าที่ที่จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ชาวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในไทยให้มากขึ้น นอกจากนี้ควรจะเป็นเจ้าบ้านที่ดีแก่นักท่องเที่ยวด้วยเพื่อดึงดูดใจให้พวกเขาอยากเข้ามาเที่ยวในไทยกันมากขึ้น เงินตราจะได้ไหลเข้าประเทศ เกิดการสะพัดหมุนเวียนของเงินภายในประเทศ ผลประโยชน์ที่ได้ก็จะตกเป็นของคนไทยนั่นเอง และการเป็นเจ้าบ้านที่ดีนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่คุณเป็นคนดีไม่ก่อความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นในสังคม เช่น ไม่จี้ ปล้นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทย รักษาความสะอาดและเคารพในสถานที่ต่าง ๆ ที่ตนเองไปอยู่เสมอ เช่น ถนนหนทางและตามที่สาธารณะต่าง ๆ ไม่ควรทิ้งขยะให้เกลื่อนกลาด ไม่ควรฉีดสเปรย์หรือป้ายสีเป็นถ้อยคำต่าง ๆ ตามฝาผนังสาธารณะให้สกปรก และเมื่อไปท่องเที่ยวสถานที่ใด ไม่ควรทำลายหรือเก็บสิ่งของในสถานที่นั้น ๆ ให้เสียหาย เพราะถ้าหากเราไม่ทำลายสถานที่ที่เราไปเที่ยวแล้วจะทำให้สถานที่นั้นยังคงความสวยงามอยู่ได้ตามธรรมชาติ คนรุ่นหลังก็สามารถท่องเที่ยวชมได้ตลอดไป ชาวต่างชาติเขาก็จะต่างชื่นชมและประทับใจในประเทศไทย ว่ามีบ้านเมืองที่งดงาม สะอาดสะอ้าน และมีวัฒนธรรมไทยอันดีงามด้วย
          ประการที่หก คนไทยควรจะร่วมใจกันประหยัด ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติและการไม่ใช้ของฟุ้งเฟ้อ สุรุ่ยสุร่าย ถ้าเป็นในด้านทรัพยากรธรรมชาติก็ควรประหยัดน้ำ ไฟฟ้า และ น้ำมัน เมื่อไม่จำเป็นหรือใช้งานเสร็จเรียบร้อยควรปิดทุกครั้ง ถ้าเป็นน้ำมันก็ควรโดยสารรถไปครั้งละหลายๆ คนถ้าหากไปทางเดียวกัน และถ้าสถานที่ที่จะไปไม่ไกลจนเกินไปนักควรเดินหรือขี่จักรยานไปก็ได้ จะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำมันมากและเป็นการประหยัดเงินค่าน้ำมันไปในตัวด้วย การจับจ่ายใช้สอยของต่าง ๆ ควรใช้อย่างระมัดระวังและไม่ฟุ้งเฟ้อ โดยเฉพาะของบางอย่างที่ผลิตขึ้นเองไม่ได้ในไทยเราต้องสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ ถ้าหากเรายังฟุ่มเฟือยอีกเราจะเสียดุลการค้าเขามากและยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินในกระเป๋าตัวเองอีกด้วย ดังนั้นคนไทยจึงควรร่วมมือช่วยกันประหยัดในด้านต่าง ๆ ให้มาก เพื่อที่เราจะได้มีทรัพยากรธรรมชาติให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ใช้ต่อไป
          ประการที่เจ็ด คนไทยควรจะช่วยเหลือกันเองในประเทศ ถ้าหากเกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ ภัยเศรษฐกิจ ฯลฯ คนไทยที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนหรืกมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายกว่าควรยื่นมือเข้าช่วยเหลือทั้งในด้านอุปโภค บริโภคต่าง ๆ เพื่อให้พวกเขาพ้นจากภัยพิบัติและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาทางด้านการศึกษาของเด็ก ๆ ในชนบทที่ห่างไกล หลายแห่งยังไม่มีโรงเรียน หลายแห่งยังไม่มีอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นต่อเด็ก หรือแม้กระทั่งครูผู้สอน ดังนั้นเราจึงควรร่วมมือกันช่วยเหลือแก้ปัญหานี้ให้ได้ เพื่อให้การศึกษาไทยดีขึ้น เพราะเยาวชนคือผู้ที่จะพัฒนาประเทศของเราต่อไป ถ้าหากเยาวชนขาดการศึกษาแล้วประเทศของเราคงพัฒนาไปได้ไม่มาก หรืออาจจะแย่ลงกว่าเดิมดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกัน อย่าผลักภาระว่าเขาไม่ใช่ญาติเรา เขาไม่ใช่คนในจังหวัดเรา หรือเราไม่ได้มีผลได้ผลเสียอะไรกับความเดือดร้อนของพวกเขา แต่ที่จริงแล้วควรหันกลับมามองสักนิดเถิดว่า เขาและเราต่างก็เป็นคนไทย ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน มีวัฒนธรรมไทยอันดีงามร่วมกัน มีพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน และเรายังมีคำที่ใช้เรียกประเทศเดียวกันอีกว่า "ไทย" แล้วไฉนเราเป็นคนประเทศเดียวกันจึงจะไม่ช่วยกัน
          สุดท้ายถ้าหากทุกคนปฏิบัติตนได้ดังคำแนะนำทั้งหมดเจ็ดประการนี้ได้ เท่านี้ประเทศของเราก็จะเจริญ เพราะมีการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะพัฒนาประเทของตนไปด้วยกัน ประเทศของเราจะมีเอกราชทั้งในด้านผืนแผ่นดิน   ความเป็นไท และทางเศรษฐกิจ ไปได้อีกยาวนานอย่างแน่นอนเพื่อให้สมกับคำว่า ประเทศไทยดินแดนที่เป็นอิสระที่ไม่เคยตกเป็นทาสของใครและชาติใดๆ ทั้งสิ้น
และมีเราคือคนไทยที่จะพัฒนาประเทศต่อไป ให้ไทยเป็นปิ่นนานาประเทศและเป็นไทยมหารัฐในที่สุด



2 ความคิดเห็น:

  1. เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ เห็นด้วย 100%

    ตอบลบ
  2. ขอเอาแนวคิด 7 ข้อ นี้ไปเผยแพร่ ต่อได้ไหมค่ะ

    ตอบลบ